WANDERPOP หน้าแรก
Cafe Hopไม่มีรถก็ไปได้2 วัน 1 คืน

จันทบุรีแบบไม่มีรถ 2 วัน 1 คืน เมืองเก่าริมน้ำ ของกิน และตลาดพลอย

อัปเดตพฤศจิกายน 2026 ราคาและเวลาทั้งหมดเป็นค่าประมาณ เช็คอีกครั้งก่อนเดินทาง

เหมาะกับใคร

สายกินและคนชอบเดินเมืองเก่าที่อยากพักจากทะเลคนแน่น จันทบุรีมีเมืองเก่าริมน้ำที่เดินเที่ยวได้ทั้งวัน ร้านอาหารเก่าแก่ คาเฟ่ในเรือนไม้ และโบสถ์คาทอลิกหลังใหญ่ที่ไม่ค่อยเห็นในต่างจังหวัดอื่น เหมาะกับคู่รัก เพื่อน หรือครอบครัวที่ไม่อยากขับรถ เพราะโซนหลักอยู่ใกล้กันจนเดินถึง

จุดเด่นของทริปนี้คือเดินช้าได้ทั้งวันโดยไม่ต้องรีบตามเวลาเรือหรือด่านอุทยาน ถ้าตื่นสายก็ยังเที่ยวทัน เหมาะกับคนที่อยากพักจริงๆ ในสุดสัปดาห์เดียว

ถ้าคุณต้องการเล่นน้ำทะเลใสเป็นหลัก ไปเสม็ดจะตรงกว่า จันทบุรีมีชายทะเลที่แหลมสิงห์และเจ้าหลาว แต่เสน่ห์จริงอยู่ที่เมืองและของกิน

ช่วงที่น่าไป

พฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์อากาศเย็นสบายที่สุด เดินเมืองได้ทั้งวัน พฤษภาคมถึงมิถุนายนเป็นหน้าผลไม้ ทุเรียน มังคุด และเงาะออกเยอะ ราคาหน้าสวนน่าสนใจมาก แต่ฝนเริ่มมาแล้ว กรกฎาคมถึงตุลาคมฝนชุก จันทบุรีเป็นจังหวัดที่ฝนตกมากจังหวัดหนึ่ง น้ำตกสวยแต่แผนกลางแจ้งเสี่ยงต้องเปลี่ยน

เดินทางแบบไม่มีรถ

รถทัวร์จากเอกมัยและหมอชิตวิ่งหลายเที่ยวต่อวัน เป็นทางที่ง่ายที่สุด ไม่มีรถไฟถึงจันทบุรี

ความยาวของแต่ละบล็อกคือเวลาที่ใช้ รวมประมาณ 4 ชม. ไม่นับเวลารอ

กรุงเทพฯ ถึงขนส่งจันทบุรี
รถทัวร์จากเอกมัยหรือหมอชิต
3–4 ชม.
~฿200–300
ขนส่ง ถึงชุมชนริมน้ำจันทบูร
มอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถสองแถว หรือแอปเรียกรถ
10–20 นาที
~฿50–100

ตลาดพลอยคึกคักเฉพาะบางวัน ตลาดพลอยถนนศรีจันทร์คึกคักช่วงปลายสัปดาห์ โดยเฉพาะเช้าวันเสาร์และอาทิตย์ (ค่าประมาณ เช็คก่อนไป) ถ้าจะซื้อพลอยมีราคา ขอใบรับรองและซื้อจากร้านที่ตรวจสอบได้

ในเมืองเดินได้เกือบหมด ถ้าจะไปน้ำตกพลิ้วหรือแหลมสิงห์ ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองราว 15–30 กิโลเมตร ให้เหมารถสองแถวหรือแท็กซี่ครึ่งวัน หรือเช่ามอเตอร์ไซค์ถ้าขี่คล่อง ถามราคาให้ชัดก่อนขึ้นรถ และนัดเวลารับกลับด้วย เพราะขากลับหารถยาก

พักโซนไหนดี

  • ชุมชนริมน้ำจันทบูร เดินถึงร้านอาหาร คาเฟ่ และโบสถ์ มีเรือนเก่าที่ปรับเป็นที่พัก บรรยากาศดีที่สุดสำหรับทริปนี้
  • ตัวเมืองใกล้ตลาดและขนส่ง ราคาประหยัด สะดวกกับการขึ้นรถกลับ แต่ต้องต่อรถมาเมืองเก่า
  • ริมทะเลแหลมสิงห์หรือเจ้าหลาว ถ้าอยากตื่นมาเห็นทะเล ต้องมีรถหรือเหมารถ เหมาะกับคนมีเวลามากกว่า 2 วัน

แผนตัวอย่าง 2 วัน

วันแรก รถเช้าจากกรุงเทพฯ ถึงเมืองราวเที่ยง กินก๋วยเตี๋ยวหมูเลียงหรือเส้นจันท์ผัดปู เช็คอิน แล้วเดินเลียบชุมชนริมน้ำจันทบูรช่วงบ่าย แวะบ้านเก่าและคาเฟ่ ตอนเย็นเดินข้ามฝั่งไปอาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล ถ่ายรูปโบสถ์ตอนแสงอ่อน

วันที่สอง ถ้าตรงกับปลายสัปดาห์ แวะดูตลาดพลอยถนนศรีจันทร์ตอนเช้า แล้วเหมารถไปน้ำตกพลิ้วครึ่งวัน น้ำใสเย็นและมีปลาพลวงฝูงใหญ่ กลับเข้าเมืองกินข้าว ซื้อของฝากอย่างเส้นจันท์หรือผลไม้กวน แล้วขึ้นรถทัวร์เที่ยวบ่าย จองขากลับไว้ก่อนถ้าเป็นวันอาทิตย์

งบโดยประมาณสำหรับ 2 คน

ประมาณ ฿3,500–5,000 รวมค่าเดินทาง ที่พัก 1 คืน อาหาร และค่าเหมารถครึ่งวัน แยกคร่าวๆ คือ รถทัวร์ไปกลับสำหรับสองคนราว ฿800–1,200 ที่พักระดับกลางราว ฿1,000–1,800 ต่อคืน อาหารและคาเฟ่ราว ฿800–1,200 เหมารถครึ่งวันราว ฿600–1,000 ค่าเข้าน้ำตกพลิ้วซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติคนไทยราว ฿40 ทุกตัวเลขเป็นค่าประมาณ ช่วงเทศกาลผลไม้ราคาที่พักอาจสูงขึ้น

ก่อนออกเดินทาง

เช็คเที่ยวรถทัวร์ขากลับวันอาทิตย์ เพราะเที่ยวบ่ายเต็มเร็ว ใส่รองเท้าเดินสบาย ทางเดินในชุมชนริมน้ำเป็นทางเท้าแคบ และแต่งกายสุภาพเมื่อเข้าโบสถ์ ร้านเก่าบางร้านปิดวันธรรมดาหรือปิดเร็ว ถ้ามีร้านที่อยากไปจริงๆ ให้โทรถามก่อน